เขตการค้าเสรีนำร่องจีน (กว่างซี)

1. สภาพธรรมชาติ


(1) ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์


เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง(หรือที่เรียกสั้นๆว่ามณฑลกว่างซี)ตั้งอยู่ทางชายแดนทางตอนใต้ของประเทศจีน พิกัดทางภูมิศาสตร์อยู่ระหว่างลองจิจูด 104°28′-112°04′ตะวันออก และละติจูด 20°54′-26°24′ เหนือ  ติดกับมณฑลกวางตุ้ง มณฑลหูหนาน มณฑลกุ้ยโจว และมณฑลยูนนาน และมณฑลไห่หนานที่ถูกกั้นด้วยทะเล ทางตอนใต้ของมณฑลกว่างซีติดกับอ่าวเป่ยปู้และหันหน้าไปทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


(2) ทรัพยากรธรรมชาติ


เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงมีเนื้อที่ 237,600 ตารางกิโลเมตร  คิดเป็น 2.5% ของเนื้อที่ทั้งหมดของประเทศจีน  และอุปทานที่ดินก่อสร้างของรัฐทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 19,000 เฮกตาร์


กว่างซีมีทรัพยากรแร่หลายประเภทและมีแหล่งสำรองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโลหะนอกกลุ่มเหล็ก เช่น อะลูมิเนียมและดีบุก ซึ่งเป็น 1 ใน 10 แหล่งผลิตโลหะนอกกลุ่มเหล็กที่สำคัญของประเทศจีน มีการค้นพบแร่ธาตุ 145 ชนิด (รวมถึงแร่ธาตุที่ไม่ใช่แร่ธาตหลัก) ในเขตปกครองตนเอง ซึ่งคิดเป็น 45.8% ของปริมาณทรัพยากรสำรองที่พิสูจน์แล้วของทั่วประเทศ มีปริมาณแร่ธาตุสำรองที่พิสูจน์แล้ว 97 ชนิด ซึ่งในที่นี้มีทั้งหมด 64 ชนิดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของปริมาณสำรอง 10 อันดับแรกของประเทศ และมี 12 ชนิดอยู่ในอันดับ 1 ของประเทศ


กว่างซีมีแม่น้ำหลายสายและทรัพยากรน้ำมากมาย ปริมาณน้ำทั้งหมดประมาณ 237.73 พันล้านลูกบาศก์เมตร ระบบแม่น้ำในดินแดนนี้มีระบบน้ำหลักสี่ระบบ ได้แก่ ระบบแม่น้ำเพิร์ล ระบบแม่น้ำแยงซี  ระบบน้ำที่ไหลเข้าสู่ทะเลอย่างโดดเดี่ยวในภาคใต้ของกว่างซี  และระบบแม่น้ำไป่ตู  ซึ่งระบบแม่น้ำเพิร์ลเป็นระบบหลัก


มณฑลกว่างซีอุดมไปด้วยทรัพยากรทางทะเล  แนวชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 1,796 กิโลเมตร แนวชายฝั่งคดเคี้ยว มีหุบเขาใต้น้ำ(submerged valley)ที่กว้างใหญ่  มีท่าเรือธรรมชาติหลายแห่ง  มีท่าเรือขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่สามารถนำมาพัฒนาได้ทั้งหมด  21 แห่ง  มีหาดโคลนครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100,000 เฮกตาร์และมีป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน  ทางตอนใต้ของอ่าวเป่ยปู้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งหาปลาที่มีชื่อเสียงของจีนเท่านั้น  แต่ยังเป็นคลังขุมทรัพย์ของทรัพยากรพันธุ์สัตว์ทะเลในโลกอีกด้วย


(3) การแบ่งเขตการปกครองและจำนวนประชากร


เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงแบ่งเขตการปกครองออกเป็นนครระดับมณฑล 14 แห่งดังนี้  เมืองหนานหนิง เมืองหลิ่วโจว เมืองกุ้ยหลิน เมืองอู๋โจว เมืองเป๋ยไห่ เมืองฟ๋างเฉิงกั่ง เมืองชินโจว เมืองกุ้ยกั่ง เมืองยู้หลิน เมืองไป่เซ่อ เมืองเห้อโจว เมืองเหอฉือ เมืองไลปิน และเมืองฉงจั่ว ซึ่งเมืองหนานหนิง เมืองยู่หลิน เมืองฉงจั่ว เมืองชินโจว เมืองฟ๋างเฉิงกั่ง และเมืองเป๋ยไห่ประกอบขึ้นเป็นเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับแผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน และพื้นที่สำคัญแห่งการเปิดกว้างและความร่วมมือที่มุ่งสู่อาเซียน เขตนี้มีประชากรที่จดทะเบียนสำมะโนครัวเรือนทั้งหมด 56 ล้านคน และมีประชากรที่อยู่ประจำถิ่นถาวร 48.85 ล้านคน ซึ่งมีประชากรในเมือง 24.04 ล้านคน คิดเป็น 49.2% ของประชากรที่อยู่ประจำถิ่นถาวร นอกจากนี้  ประชากรที่มีอายุ 15-64 ปี 33.188 ล้านคน  คิดเป็น 67.94%ของประชากรที่อยู่ประจำถิ่นถาวรในมณฑลกว่างซี


(4)ชนชาต


กว่างซีเป็นเขตปกครองตนเองที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มอาศัยอยู่ด้วยกัน โดยมีประชากรชนกลุ่มน้อย 20.04 ล้านคน คิดเป็น 42.5% ของประชากรที่อยู่ประจำถิ่นถาวรในกว่างซี เป็นมณฑล (เขตปกครองตนเอง) ที่มีประชากรที่เป็นชนกลุ่มน้อยมากที่สุดของประเทศจีน ซึ่งมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในกว่างซีมาเป็นหลายรุ่นทั้งหมด 12 กลุ่ม ได้แก่ เผ่าจ้วง เผ่าฮั่น เผ่าเหยา เผ่าเหมียว เผ่าต้ง เผ่ามู่หล่าว เผ่าเหมาหนาน เผ่าหุย เผ่าจิง เผ่าอี๋ เผ่าสุ่ย เผ่าเกอลาว นอกจากนี้ ยังมีเผ่าแมนจู เผ่ามองโกเลีย เผ่าเกาหลี  เผ่าป๋าย เผ่าทิเบต เผ่าหลี เผ่าถู่เจีย และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ทั้งหมด 44 กลุ่มโดยชนชาติจ้วงมีประชากรมากที่สุดเป็น 16.98 ล้านคน คิดเป็น 36% ของประชากรที่อยู่ประจำถิ่นถาวรในมณฑลกว่างซี


(5) สภาพภูมิอากาศ


กว่างซีตั้งอยู่ในเขตละติจูดต่ำ เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์พาดผ่านตอนกลาง ทางตอนใต้ติดกับมหาสมุทรเขตร้อน ทางตอนเหนือติดกับเทือกเขาหนานหลิง และทางตะวันตกติดกับที่ราบสูงยูนนาน-กุ้ยโจว เป็นภูมิอากาศแบบมรสุมกึ่งเขตร้อน อากาศอบอุ่น มีฝนตกชุกและมีแสงแดดเพียงพอ ในขณะที่ฤดูร้อนมีแสงแดดเวลายาวนาน อุณหภูมิสูง และมีฝนตกมากมาย ในขณะที่ฤดูหนาว มีแสงแดดเวลาสั้น อากาศแห้งและอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 17.5~23.5℃


สภาพจราจร


หลังจากมีการสร้างสรรค์ในกว่างซีเป็นเวลาหลายปี โครงร่างเครือข่ายการขนส่งสามมิติทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศได้แล้วเสร็จโดยภาพรวม  ทำให้นครระดับมณฑล 14 แห่ง และ 89% ของจำนวนอำเภอ (เมือง เขต) ทั้งหมดในภูมิภาคนี้ต่างมีทางด่วนเชื่อมต่อ ระยะทางรวมของทางรถไฟในมณฑลกว่างซียาวถึง 5,191 กิโลเมตร  เฉพาะระยะทางของทางรถไฟความเร็วสูงมีมากถึง 1,771 กิโลเมตร และระยะทางรวมของทางด่วนยาวถึง 5,259 กิโลเมตร ปริมาณสินค้าเข้าออกประจำปีของท่าเรืออ่าวเป่ยปู้มีมากเกิน 350 ล้านตัน และมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับท่าเรือมากกว่า 250 แห่งใน 100 กว่าประเทศและภูมิภาค มีท่าเทียบเรือที่สามารถรับเรือที่น้ำหนักมากกว่า 10,000 ตันทั้งหมด 79 ท่า และปริมาณรับถ่ายตู้คอนเทนเนอร์อยู่ที่ 3.19 ล้าน TEUsต่อปี ปัจจุบัน กว่างซีได้สร้างสนามบินการบินพลเรือน 7 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองหนานหนิง เมืองหลิ่วโจว เมืองกุ้ยหลิน เมืองอู๋โจว เมืองเป่ยไห่ เมืองเหอฉือ และเมืองไป่เซ่อ โดยมีผู้โดยสารมากกว่า 27.66 ล้านคนต่อปี


สภาพสิ่งแวดล้อมทางด้านชีวกายภาพ


ในปี พ.ศ. 2562 จำนวนวันที่มีคุณภาพอากาศดีในเมืองคิดเป็น 91.7% ของทั้งปี ความหนาแน่นเฉลี่ยของฝุ่นพีเอ็ม2.5 (PM2.5) ลดลง 2.9% สัดส่วนของปริมาณน้ำผิวดินที่มีคุณภาพดีอยู่ที่ 96.2% สัดส่วนของปริมาณน้ำชายฝั่งที่มีคุณภาพดีอยู่ที่ 90.9% คุณภาพน้ำด้านหน้าตัดของเมืองที่ได้จัดตั้งเขต จำนวน 6 เมืองติด 10 อันดับต้นๆ ของประเทศจีน  และอัตราการลดลงของปริมาณน้ำเน่าเหม็นในเมืองเกิน 90% อัตราการบำบัดของเสียในเมืองที่ไม่เป็นอันตรายมีมากกว่า 99% อัตราพื้นที่ป่าไม้ครอบคลุมคิดเป็น 62.45% ของพื้นที่ทั้งหมด ประสิทธิภาพการจัดการทะเลทรายอยู่อันดับต้นๆ ในประเทศจีน  มณฑลกว่างซีมีเมืองที่มีประชากรอายุยืนทั้งหมด 29 แห่ง ซึ่งเป็นมณฑลที่มีเมืองที่มีประชากรอายุยืนมากที่สุดในจีน


2. ข้อได้เปรียบของนโยบาย


เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2551 รัฐบาลกลางจีนอนุมัติให้ดำเนินการตาม "แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ของกว่างซี" โดยระบุว่าจะสร้างเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ให้เป็นฐานโลจิสติกส์ ฐานธุรกิจ ฐานการแปรรูปและการผลิต และศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับความร่วมมือแบบเปิดกว้างระหว่างจีนและอาเซียน เป็นเขตพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนและสนับสนุนแผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน และเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่สำคัญระหว่างประเทศโดยมีลักษณะแบบเปิดกว้าง แพร่หลาย มีความเจริญทางเศรษฐกิจ ความปรองดองทางสังคม และระบบนิเวศน์ที่ดี ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างชัดเจนใน 5 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนการปฏิรูป การวางแผนโครงการสำคัญ ระบบBonded logistics การปฏิรูปการเงิน และความร่วมมือแบบเปิดกว้าง การที่เร่งส่งเสริมการเปิดกว้างและพัฒนาของเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ ไม่เพียงแต่จะนำโอกาสที่ดีมาสู่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรอบด้านและการยกระดับการพัฒนาโดยรวมของมณฑลกว่างซี


ในปี พ.ศ.2552 คณะรัฐมนตรีของจีนได้ประกาศใช้ "ความเห็นหลายประการของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับต่อไปของกว่างซี" ซึ่งเสนออย่างชัดเจนว่าจะพัฒนากว่างซีให้เป็นเสาหลักใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายฝั่งของประเทศจีน และเป็นเขตพื้นที่ใหม่ที่ทันสมัยในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคระหว่างประเทศ และได้ชี้ว่า  รัฐบาลกลางจะเพิ่มรายจ่ายเงินโอน (Transfer Payment)จากส่วนกลางไปยังกว่างซี และจะเพิ่มงบประมาณการลงทุนจากส่วนกลางไปยังกว่างซี และดำเนินการปรับปรุงนโยบายภาษีที่เกี่ยวข้องให้มีความสมบูรณ์ และในขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีจีนจะสั่งให้หน่วยงานที่อยู่ในสังกัดเสนอนโยบายและมาตรการเฉพาะเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกว่างซี และปรับปรุงแผนงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2553 การประชุมงานพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีนจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ใน "ความเห็นหลายประการของคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการดำเนินการเชิงลึกตามยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน"ที่ออกโดยส่วนกลาง และสุนทรพจน์ของผู้นำพรรคฯและประเทศจีนในเวลานั้น ได้กล่าวถึงคำว่า"กว่างซี" มีทั้งหมด 15 จุด เช่น ต้องเร่งสร้างสรรค์และปรับปรุงเส้นทาง "สี่แนวตั้ง" เช่นเส้นทางจากเมืองหลินเหอถึงเมืองฟ๋างเฉิงกั่ง และเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น"สี่ช่องทาง"——ช่องทางระหว่างประเทศที่เชื่อมกับภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ภูมิภาคเอเชียกลาง และภูมิภาคเอเชียใต้ มุ่งเน้นในการจัดการ“ทะเลหิน”ในมณฑลกว่างซีและภาคส่วนตะวันตกเฉียงใต้อื่น ๆ ของประเทศจีน สร้างและปรับปรุงฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของกว่างซีและมณฑลอื่นๆ   และส่งเสริมการพัฒนาอ่าวเป่ยปู้กว่างซีและเขตเศรษฐกิจอื่น ๆ ให้เป็นเสาหลักสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลระดับประเทศ ฯลฯ  ซึ่งทั้งหมดนี้ครอบคลุมทุกด้านของการพัฒนาของกว่างซี และได้สะท้อนถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลกลางต่อการพัฒนาของกว่างซีอย่างเต็มที่ ซึ่งได้ส่งแรงกระตุ้นใหม่มาสู่การสร้างชีวิตที่ร่ำรวยให้้กับประชาชนและสร้างความเข้มแข็งให้กับมณฑลกว่างซีที่เสมือนเขียนบทความแบบสวยงาม


ในปี พ.ศ. 2560 "แผนห้าปีฉบับที่ 13 สำหรับแผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน" ที่ออกโดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ได้วางแผนอย่างรอบด้านให้กับการพัฒนาภาคตะวันตกในช่วง "แผน 5 ปีฉบับที่ 13" หลายเมืองในกว่างซีได้ถูกรวมอยู่ในโครงร่าง"ห้าแนวนอน สองแนวตั้ง และหนึ่งวงแหวน" ที่เป็นรูปแบบการพัฒนาภาคตะวันตก ในบรรดาภารกิจสำคัญและโครงการสำคัญ 10 ประการที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในเอกสารฉบับนี้ มีหลายภารกิจเกี่ยวข้องกับการสร้างทางรถไฟ ทางด่วน สนามบิน การขนส่งทางน้ำ ท่าเรือ อุตสาหกรรมเกิดใหม่ พลังงานในรูปแบบใหม่ ไบโอเมดิซีน และอุตสาหกรรมอื่นๆ ของมณฑลกว่างซี 


ในขณะที่นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลกลางได้อำนวยประโยชน์ให้กับมณฑลกว่างซี ผู้นำพรรคฯและประเทศก็ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาของกว่างซีเช่นกัน ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 เมื่อที่นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เข้าร่วมการพิจารณาของคณะผู้แทนกว่างซีในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนชุดที่ 12 ครั้งที่ 3 นั้น โดยให้คำสั่งว่า กว่างซีต้องใช้ข้อได้เปรียบจากที่มีพลมแดนติดกับประเทศในอาเซียนทั้งทางบกและทางทะเลอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างช่องทางระหว่างประเทศที่หันหน้าไปสู่อาเซียน และสร้างจุดค้ำจุน(Fulcrum)ทางยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับโครงการการเปิดกว้างและการพัฒนาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้และภาคกลางและใต้ของจีน เพื่อก่อให้เกิดประตูสำคัญในการเชื่อมต่อกันระหว่างเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 และแถบเศรษฐกิจตามเส้นทางสายไหมอย่างสมบูรณ์  ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ไปตรวจงานกว่างซีเป็นพิเศษ และเน้นย้ำว่าศักยภาพการพัฒนาของกว่างซีกำลังเปิดกว้าง และแรงของการพัฒในตอนต่อไปของกว่างซีก็กำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจึงมีเงื่อนไขสมบูรณ์ที่จะแสดงบทบาทมากขึ้นในการสร้างโครงการ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง"  คำแนะนำที่สำคัญของเลขาธิการพรคคฯ สี จิ้นผิง ที่เกี่ยวกับมณฑลกว่างซีได้ชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่ต้องปฏิบัติตามสำหรับกว่างซีที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างโครงการ"หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง"อย่างรอบด้าน การดำเนินยุทธศาสตร์แบบเปิดกว้างอย่างกระตือรือร้น และการเดินหน้าเพื่อสร้างสภาพการณ์ใหม่ในการดำเนินการนโนยาบเปิดกว้างและการพัฒนาของมณฑลกว่างซี


ปัจจุบัน กว่างซีกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายระดับชาติและยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชาติหลายประการ และอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่มีโอกาสสำคัญในการเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาใหม่และรักษาการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความรวดเร็วอย่างยั่งยืน โดยยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม มีความสมดุล เป็นสีเขียว เน้นการเปิดกว้างและแบ่งปัน และภารกิจใหม่" 3 กำหนด"(ในที่นี้หมายถึงการกำหนดให้กวางซีสร้างช่องทางการค้าใหม่ทั้งทางบกและทางทะเลระหว่างประเทศโดยมุ่งหน้าสู่อาเซียน การสร้างจุดค้ำจุนทางยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับการเปิดกว้างและการพัฒนาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้และภาคกลางและใต้ของจีน และก่อให้เกิดเป็นประตูสำคัญในการเชื่อมต่อกันระหว่างเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 และแถบเศรษฐกิจตามเส้นทางสายไหม) กว่างซีจะยังคงส่งเสริมการปรับปรุงและยกระดับอุตสาหกรรม ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมจนถึงช่วงระยะเวลากลางและปลาย ในขณะเดียวกัน กว่างซีจะอาศัยข้อได้เปรียบเฉพาะของมณฑลกว่างซีที่มีพลมแดนติดกับประเทศในอาเซียนทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อขยายผลงานการเปิดกว้างทั้งภายในและภายนอกประเทศ  เร่งสร้างผังแผนใหม่ของความร่วมมือแบบเปิดกว้างทั้งภายในและภายนอกประเทศ


3. ข้อได้เปรียบทางสิ่งแวดล้อมทางด้านชีวกายภาพ


มณฑลกว่างซีตั้งอยู่ระหว่างชายขอบตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงยูนนาน-กุ้ยโจว และทางตะวันตกของพื้นที่เนินเขาเตี้ยๆกว่างซี-กวางตุ้ง และทางใต้ของกว่างซีติดกับอ่าวเป่ยปู้ มีสภาพพื้นดินที่เป็นคาร์สต์หลายแห่ง และภูเขาและป่าไม้ก็กระจายอยู่ทั่วไป สภาพแวดล้อมทางน้ำ อากาศ และทะเลได้รับการบำรุงรักษาในระดับที่ดีเลิศและสภาพแวดล้อมทางด้าน ชีวกายภาพก็สบายและน่ารื่นรมย์


ในด้านสภาพแวดล้อมทางน้ำ  น้ำด้านหน้าตัดของน้ำผิวดินในกว่างซีที่อยู่ในระดับดีงามอยู่ที่ 98.1% ของน้ำทั้งหมด และแหล่งน้ำที่ไม่สามารถใช้ประโยน์ได้อยู่ที่ 0% ซึ่งตัวชี้วัดทั้ง 2 ตัวนี้อยู่ในอันดับแรกของประเทศจีน ส่วนคุณภาพน้ำของระบบแม่น้ำเพิร์ลและระบบแม่น้ำแยงซีโดยทั่วไปแล้วมีคุณภาพที่ดี และคุณภาพน้ำของระบบน้ำที่ไหลเข้าสู่ทะเลอย่างโดดเดี่ยวนั้นโดยทั่วไปแล้วมีคุณภาพที่ดีงาม


ในด้านสภาพแวดล้อมทางทะเล ปัจจุบัน มณฑลกว่างซีมีแนวชายฝั่งยาว 1,769 กิโลเมตร และหาดโคลนครอบคลุมพื้นที่ 833 ตารางกิโลเมตร คุณภาพน้ำในน่านน้ำชายฝั่งยังคงดีเลิศ และน้ำทะเลชั้นหนึ่งและชั้นสองมีปริมาณมากถึง 81.8% ของปริมาณน้ำทะเลทั้งหมด ซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ กว่างซียังอุดมไปด้วยทรัพยากรชีวภาพทางทะเล ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีพันธุ์สัตว์ทะเลที่หลากหลายและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เช่น โลมาขาวจีน และพะยูน แต่ยังมีระบบนิเวศตามธรรมชาติทางทะเลทั่วไป เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งป่าชายเลนมีพื้นที่มากถึง 7,300 เฮกตาร์ คิดเป็น 40% ของพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมดของประเทศจีน ซึ่งจัดอยู่ในอันดับแรกของประเทศจีน


ในด้านสภาพแวดล้อมทางอากาศ  พื้นที่ป่าไม้ของกว่างซีครอบคลุมพื้นที่ 62.3% ของพื้นที่ทั้งหมด และคุณภาพระบบนิเวศทางด้านพืชพรรณและระดับของการปรับปรุงระบบนิเวศทางด้านพืชพรรณอยู่ในอันดับที่ 1 ของประเทศจีน  จำนวนวันที่มีอากาศคุณภาพดีในเมืองที่ได้จัดตั้งเขตของจีนอยู่ที่ 93.5% ของทั้งปี  เป็นอันดับที่สองของประเทศจีน


สภาพแวดล้อมทางด้านชีวกายภาพที่สวยงามได้สร้างทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงามของกว่างซี ก่อให้เกิดสถานที่อันเลื่องชื่อลือนามระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น เมืองกุ้ยหลิน ซึ่งถือเป็น International Tourism Resort  เขตอ่าวเป่ยปู้ ซึ่งในนามเป็น Beibu Gulf International Tourism Resort, Bama Changshou Health International Tourism Zone และแถบรีสอร์ทพักผ่อนระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงและแหล่งท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์อื่นๆที่มีมาตรฐานสากล ปัจจุบัน กว่างซีมีเขตทัศนียภาพระดับ AAAA ขึ้นไป 136 แห่ง พื้นที่ท่องเที่ยวชนบทระดับ 4 ดาว ขึ้นไป 71 แห่ง พื้นที่สาธิตการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งชาติ 3 แห่ง พื้นที่สาธิตการท่องเที่ยวแบบบูรณาการระดับชาติ 10 แห่ง และเมืองนำร่องการท่องเที่ยวอัจฉริยะ 3 แห่ง ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้ได้กระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของกว่างซี  กลายเป็นปัจจัยสำคัญของกว่างซีในการดึงดูดนักธุรกิจต่างชาติ


4. ความได้เปรียบด้านทรัพยากร


ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ มณฑลกว่างซีมีทรัพยากรแร่หลายประเภทและมีปริมาณสำรองจำนวนมาก โดยเฉพาะโลหะนอกกลุ่มเหล็ก เช่น อะลูมิเนียมและดีบุก ซึ่งเป็น 1 ใน 10 แหล่งผลิตโลหะนอกกลุ่มเหล็กที่สำคัญของประเทศจีน ซึ่งคิดเป็น 45.8% ของปริมาณทรัพยากรสำรองที่พิสูจน์แล้วของทั่วประเทศ ในจวนนี้ มีทั้งหมด 64 ชนิดมีปริมาณสำรองอยู่ใน 10 อันดับต้นๆของประเทศจีน และมี 12 ชนิดอยู่ในอันดับ 1 ของประเทศจีน ในบรรดาแร่หลักสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมด 45 ชนิดนั้น กว่างซีได้คนพบ 35 ชนิด และ35 ชนิดนี้ มีแห่งสำรองตามธรรมชาติอยู่ในกว่างซีด้วย กว่างซียังอุดมไปด้วยพลังงานน้ำ ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายอยู่ภายในเขตกว่างซี  พื้นที่ลุ่มแม่น้ำกินเนื้อที่ 23.67 ตารางกิโลเมตร และทรัพยากรพลังงานน้ำสำรองอยู่ที่ 21.33ล้านกิโลวัตต์  โดยส่วนของแม่น้ำหงสุ่ยมีความยาว 658 กิโลเมตร มีชายหาดมากมายและน้ำไหลเชี่ยวกราก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเหมืองที่อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรไฟฟ้าพลังน้ำของจีน ในปี พ.ศ. 2560 ปริมาณน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินในกว่างซีมีมากถึง 217.7 พันล้านลูกบาศก์เมตรและ 52.9 พันล้านลูกบาศก์เมตร   และทรัพยากรน้ำต่อคนสูงถึง 3,375 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับเฉลี่ยของทั้งประเทศถึง 43% นอกจากนี้ พื้นที่ป่าของกว่างซีมีเนื้อที่สูงถึง 14.79 ล้านเฮกตาร์ และพื้นที่ป่าไม้ของกว่างซีครอบคลุมพื้นที่ 62.3% ของพื้นที่ทั้งหมด


ในด้านทรัพยากรมนุษย์ มณฑลกว่างซีมีทรัพยากรแรงงานมากมาย โดยมีประชากรที่อยู่ประจำถิ่นถาวร 48.38 ล้านคน และมี 28.41 ล้านคนทำงานภายในภูมิภาคนี้ โดยเฉลี่ยแล้วมีแรงงานใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1.6 ล้านคนในแต่ละปี ซึ่งรวมถึงนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเทคนิค(Technical secondary school) มากกว่า 4 แสนคนในทุกปี ในบรรดาประชากรทั้งหมด ประชากรที่มีอายุ 15-59 ปีคิดเป็น 68% ของประชากรทั้งหมดเป็นเวลาหลายปี โครงสร้างอายุค่อนข้างสมเหตุสมผล และมีทรัพยากรแรงงานที่อุดมสมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน ประชากรที่ได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประชากรที่มีอนุปริญญาขึ้นไปก็เพิ่มขึ้นจาก 2.6% ของประชากรทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2543 เป็น 9.21% ในปี พ.ศ. 2559


ในด้านทรัพยากรด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี  ปัจจุบัน มณฑลกว่างซีมีห้องปฏิบัติการสำคัญระดับชาติ 2 แห่ง ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแห่งชาติ 3 แห่ง ห้องปฏิบัติการวิศวกรรมแห่งชาติ 3 แห่ง ศูนย์วิจัยร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนทางวิศวกรรมระดับชาติ (ห้องปฏิบัติการ) 11 แห่ง  ศูนย์เทคโนโลยีวิสาหกิจระดับชาติ 8 แห่ง   วิสาหกิจด้านไฮเทคระดับชาติ 641 แห่ง และหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจด้านเทคโนโลยีระดับชาติ(State-owned technology business incubators) 7 แห่ง ในด้านบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูง กว่างซีมีบุคลากรที่มีความสามารถทางวิชาชีพและทางเทคนิครวมทั้งสิ้น 1.53 ล้านคน และมีบุคลากร 36 คนเป็นแคนดิเดตในโครงการ National Hundred, Thousand, and Ten Thousand Talents Project


แหล่งที่มาของข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการลงทุนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

หากมีการละเมิดกฎโปรดแจ้งลบ